ปัญหาสปอร์ตไลท์ไม่ติด/กระพริบ และวิธีแก้ไขเบื้องต้น
เคยเป็นไหม? ตั้งใจติดตั้งสปอร์ตไลท์ไว้ส่องสว่างหน้าบ้านหรือในสนามหญ้าอย่างดี แต่พอใช้ไปได้ไม่นานกลับเจอปัญหา ‘ไฟกระพริบเหมือนอยู่ในผับ’ หรือแย่กว่านั้นคือ ‘เปิดไม่ติด’ ซะงั้น ปัญหาสปอร์ตไลท์เสียไม่ได้แค่สร้างความรำคาญ แต่ยังอาจกระทบต่อความปลอดภัยในช่วงกลางคืนด้วย
ทำไมสปอร์ตไลท์ถึงเสีย? สำรวจสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้ไฟไม่ติดหรือกระพริบ
การที่สปอร์ตไลท์ LEDทำงานผิดปกติ มักมีสาเหตุหลักๆ มาจาก 3 ปัจจัย
1. ปัญหาจากระบบไฟฟ้าและสายไฟ
หลายครั้งที่ปัญหาไม่ได้มาจากตัวโคมไฟเอง แต่เกิดจาก ‘จุดเชื่อมต่อ’ อย่างการพันเทปสายไฟที่ไม่แน่นพอจนเกิดการอาร์ค (Arc) หรือไฟกระชาก (Surge) ซึ่งมักเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ไฟตกบ่อยๆ จนทำให้วงจรภายในเสียหายได้
2. ความเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ (Driver & Chip LED)
หัวใจหลักของสปอร์ตไลท์อยู่ที่ LED Driver (ตัวแปลงไฟ) และชิป LED ถ้าเลือกใช้สินค้าที่คุณภาพไม่ดี หรือเปิดใช้งานต่อเนื่องนานเกินไปโดยไม่พัก ตัว Driver อาจเกิดอาการบวมหรือเสื่อมสภาพ ส่งผลให้จ่ายไฟไม่เสถียรจนไฟกระพริบได้
3. สภาพแวดล้อมและการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน
แม้โคมสปอร์ตไลท์ส่วนใหญ่จะออกแบบมาให้ใช้งานกลางแจ้งได้ แต่ด้วยสภาพอากาศเมืองไทยที่ร้อนจัดสลับกับฝนตกหนัก หากซีลกันน้ำ (Gasket) เสื่อมสภาพ หรือค่า IP Rating ไม่สูงพอ ความชื้นก็อาจแทรกเข้าไปทำลายวงจรภายใน จนเกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ง่ายๆ
วิธีเช็กและแก้ไขเบื้องต้น เมื่อสปอร์ตไลท์มีปัญหา
กรณีไฟกระพริบ: เช็กแรงดันไฟและ Driver
อาการไฟกระพริบส่วนใหญ่เกิดจาก Driver จ่ายกระแสไฟไม่คงที่
- วิธีแก้: ลองเช็กดูก่อนว่ามีเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ใช้อยู่ในวงจรเดียวกันหรือเปล่า ถ้าไฟในบ้านปกติแต่โคมยังคงกระพริบอยู่ ก็มีแนวโน้มว่า Driver เริ่มเสื่อมแล้ว ถ้าคุณพอมีพื้นฐานด้านช่าง อาจซื้อ Driver ตัวใหม่มาเปลี่ยนเองได้ แต่ถ้าเป็นโคมรุ่นประหยัดแบบหล่อสำเร็จ การเปลี่ยนทั้งโคมใหม่อาจจะคุ้มค่ากว่า
กรณีไฟไม่ติดเลย: ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อและฟิวส์
ถ้าเปิดสวิตช์แล้วไม่ติด อย่าเพิ่งโทษโคมไฟ
- วิธีแก้: ลองเช็กดูว่าเบรกเกอร์หรือฟิวส์ในตู้ไฟทริปหรือเปล่า จากนั้นตรวจสอบจุดต่อสายไฟภายนอกว่ามีรอยไหม้หรือหลวมไหม ถ้าทุกอย่างดูปกติแต่ไฟยังไม่ติดอยู่ดี อาจเป็นเพราะชิป LED ภายในขาดจากปัญหาไฟกระชากก็ได้
กรณีไฟหรี่หรือติดๆ ดับๆ: ปัญหาน้ำเข้าและความชื้น
หากสังเกตเห็นละอองน้ำหรือฝ้าในตัวโคม แสดงว่าน้ำเข้าแล้ว
- วิธีแก้: ปิดไฟแล้วถอดโคมออกมา จากนั้นทิ้งไว้ให้แห้งสนิท หรือจะใช้ไดร์เป่าผมช่วยก็ได้ (แต่อย่าใช้ความร้อนสูงเกินไป) เมื่อแห้งดีแล้วให้ใช้ซิลิโคนใสยาแนวตามรอยต่อระหว่างกระจกกับตัวโคม เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำซึมเข้าอีก
คำแนะนำ: หากสินค้ายังอยู่ในระยะประกัน แนะนำให้ติดต่อขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรงจะดีที่สุด
เคล็ดลับการเลือกซื้อสปอร์ตไลท์คุณภาพสูง เพื่อลดปัญหาการซ่อมบำรุง
ถ้าไม่อยากวนกลับมาเจอกับปัญหาเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก การเลือกลงทุนกับไฟสปอร์ตไลท์คุณภาพดีตั้งแต่แรกคือคำตอบที่คุ้มค่า โดยควรพิจารณาจาก:
- ค่า IP Rating: หากต้องใช้งานกลางแจ้ง ควรเลือกที่มีค่า IP65 หรือ IP66 ขึ้นไป เพื่อมั่นใจได้ว่ากันน้ำและกันฝุ่นได้จริง
- วัสดุระบายความร้อน: แนะนำให้เลือกโคมที่ทำจากอลูมิเนียมหล่อ (Die-cast Aluminum) เพราะช่วยระบายความร้อนได้ดีกว่าพลาสติก ทำให้ชิป LED มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น
- การรับประกัน: แบรนด์ที่กล้ารับประกัน 1–2 ปีขึ้นไป มักใช้วัสดุและชิ้นส่วนคุณภาพดี มีมาตรฐานที่เชื่อถือได้มากกว่า
สรุป: ดูแลสปอร์ตไลท์อย่างไรให้ใช้งานได้นานหลายปี
การแก้ปัญหาโคมฟลัดไลท์ที่ไม่ติดหรือไฟกระพริบจริง ๆ แล้วไม่ยากอย่างที่คิด เพียงเริ่มจากการตรวจเช็กระบบไฟภายนอกไปจนถึงตัวโคม แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ’ อย่าลืมตัดกระแสไฟทุกครั้งก่อนลงมือซ่อม
ถ้าพบว่าสปอร์ตไลท์เก่าเริ่มซ่อมไม่คุ้มหรืออยากอัปเกรดเป็นรุ่นที่ทนทานกว่าเดิม การเลือกใช้สินค้าจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้ จะช่วยให้คุณประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในระยะยาว
เพราะแสงสว่างเป็นสิ่งสำคัญในทุกพื้นที่ของชีวิต RICHEST SUPPLY ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์แสงสว่างที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟถนน โคมไฮเบย์ สปอร์ตไลท์ หลอดไฟ LED โซล่าเซลล์ และเสาไฟ สนใจสอบถามข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมที่ LINE Official Account: @richestsupply หรือ Facebook: https://www.facebook.com/enrichled


